การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ( Cloud computing )
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/27/Cloud_applications.jpgCloud Computing >> เปรียบได้กับร้านสะดวกซื้อ online
แค่บอกความต้องการและไม่จำเป็นต้องสนใจการทำงานของระบบ และมองเห็นแค่บริการที่ทำหน้าที่เหมือนกับซอฟต์แวร์ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้ถึงทรัพยากรที่แท้จริงว่ามีอะไรบ้าง ถูกจัดการอย่างไร หรือไม่จำเป็นต้องทราบว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่ที่ไหน
Cloud Computing >> แปลเป็นภาษาไทยว่า “ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ” คือ เมื่อไหร่ที่เราต้องการอะไรแค่เรามองท้องฟ้าแล้ววาดก้อนเมฆตามที่ต้องการได้เลย
ข้อดีของ Cloud Computing >> สามารถรองรับความต้องการจากการทำงานผ่านเทคโนโลยีที่หลากหลาย เหมือนกับ (Virtualization) ระบบจึงไม่ได้ถูกจำกัดในเรื่องของสมรรถนะ,ขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์ แถมยังประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย
ข้อเสียของ Cloud Computing >> การที่มีทรัพยากรที่มาจากหลายที่ อาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านความต่อเนื่องและความรวดเร็ว
และยังไม่มีการรับประกันในการทำงานอย่างต่อเนื่องของระบบและความปลอดภัยของข้อมูล แพลทฟอร์มที่ยังไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ลูกค้ามีข้อจำกัดสำหรับตัวเลือกในการพัฒนาหรือติดตั้งระบบ site เนื่องจากเป็นการใช้ทรัพยากรที่มาจากหลายที่จึงทำให้มีปัญหาของความต่อเนื่องและความเร็ว
ตัวอย่าง Cloud Computing >> ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เช่นAmazon EC2, Gogrid ในประเทศไทยมี True Internet Data Center(True IDC), KSC ฯลฯ
แหล่งข้อมูล
http://www.la.mahidol.ac.th/lapqd/?p=614
https://sites.google.com/site/korwten/home/hhhkkk

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น