http://www.anantasook.com/web-technology-future-internet-web3-0/web3-0/
WEB 1.0
https://www.google.com/search?q=web+1.0&client=ms-android-samsung&biw=360&bih=592&tbm=isch&tbo=u&source=univ&sa=X&ei=hvXIVJGgMoG2mQXl8YDABQ&ved=0CCoQ7Ak#imgrc=Lw2aEMy_hZb9NM%253A%3BN1drS_U9NZqduM%3Bhttp%253A%252F%252Ftiposde.info%252Fwp-content%252Fuploads%252F2014%252F02%252FTipos-de-Internet-Web-1.0.jpg%3Bhttps%253A%252F%252Fsites.google.com%252Fsite%252Fvdnovenoabcd%3B300%3B242
คือเว็บในยุคเริ่มต้นและยังคงมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน มักมีรูปแบบไฟล์เป็นนามสกุล .htm และ .html ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารในแบบสื่อสารทางเดียว เจ้าของเว็บไซต์หรือผู้ส่งสารจะเป็นผู้กำหนดเนื้อหาเองทั้งหมด และต้องมีความรู้พื้นฐานการทำเว็บและยากที่จะแบ่งปันส่งต่อเนื้อหาออกไป ผู้ใช้หรือผู้รับสารมีหน้าที่รับรู้ข่าวสารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถโต้ตอบได้
ลักษณะ web 1.0
ลักษณะของการสื่อสารทิศทางเดียวเช่นนี้ในทางเทคโนโลยีเว็บ เราเรียกว่า Static Webpage ซึ่งก็คือเว็บที่มีข้อมูลฉาบอยู่บนหน้าเว็บเท่านั้น โดยข้อมูลจะเป็นลักษณะของตัวอักษร (Text) รูปภาพ (Picture) ภาพเคลื่อนไหว (Motion Picture) สื่อมัลติมีเดีย (Multi-Media) เสียง (Sound/Voice) หรือคลื่นสัญญาณต่างๆ ในลักษณะของการเผยแพร่เท่านั้น ไม่มีการรับการสนองตอบจากผู้บริโภคได้
ตัวอย่าง web 1.o
www.doubleclick.com
WEB 2.0
https://www.google.com/search?q=web2.0&client=ms-android-samsung&biw=360&bih=592&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ei=w_bIVLv4HaLbmgWrn4GwBQ&ved=0CAYQ_AUoAQ&dpr=2#imgrc=-rfE2fNliVBFWM%253A%3BpShvH1o1Wg_LDM%3Bhttps%253A%252F%252F5gymtrik.files.wordpress.com%252F2012%252F04%252Fweb20bt8.png%3Bhttps%253A%252F%252F5gymtrik.wordpress.com%252F%2525CE%2525B5%2525CF%252580%2525CE%2525B9%2525CE%2525BC%2525CE%2525BF%2525CF%252581%2525CF%252586%2525CF%25258E%2525CF%252583%2525CE%2525B5%2525CE%2525B9%2525CF%252582%252F%2525CE%2525B5%2525CE%2525BD%2525CE%2525B4%2525CE%2525BF%2525CF%252583%2525CF%252587%2525CE%2525BF%2525CE%2525BB%2525CE%2525B9%2525CE%2525BA%2525CE%2525AE-%2525CE%2525B5%2525CF%252580%2525CE%2525B9%2525CE%2525BC%2525CF%25258C%2525CF%252581%2525CF%252586%2525CF%252589%2525CF%252583%2525CE%2525B7-%2525CF%252583%2525CE%2525B5-%2525CE%2525B5%2525CF%252581%2525CE%2525B3%2525CE%2525B1%2525CE%2525BB%2525CE%2525B5%2525CE%2525AF%2525CE%2525B1-web2-0%252F%3B410%3B320
คือเว็บในปัจจุบันที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อเขียนบล็อก, แชร์รูปภาพ, ร่วมเขียนวีกี, แสดงความคิดเห็น, พูดคุย ถกเถียง นินทา ประจาน ใส่ร้าย ทั้งจากเจ้าของเว็บ หรือจากคนที่เข้ามาใช้งานเว็บ, หาแหล่งข้อมูลด้วยอาร์เอสเอส เพื่อฟีด มาอ่าน รวมทั้งกูเกิล เว็บยุค 2.0 จะให้ความสำคัญกับผู้เข้าชมเว็บ โดยที่ผู้เข้าชมเว็บจะมีส่วนร่วมต่อเว็บมากขึ้น ไม่ใช่แค่เข้ามาชมเว็บไซต์ที่เจ้าของเว็บจัดทำขึ้น ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถสร้างข้อมูล (Content) ของเว็บไซต์ขึ้นมาได้เองหรือสามารถกำหนดคำสำคัญของเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องข้อมูล (tag content) ทำให้ข้อมูลในเว็บไซต์มีการ update และพัฒนา ปรับปรุงเร็ว กลายเป็นเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบการสื่อสารแบบสองทาง
ลักษณะสำคัญของ web 2.0
· เป็นเว็บไซต์ที่เน้นบริการที่หลากหลายรูปแบบและตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น โดยมีการโต้ตอบระหว่างเจ้าของเว็บไซต์และผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ใช้งานหรือสมาชิกที่เป็นบุคคลทั่วไป
· เป็นเว็บไซต์ที่พัฒนาให้ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว โดยผู้ใช้ไม่ต้องมีความรู้ในเชิงเทคนิค รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลไปยังเครือข่ายออนไลน์ที่ง่ายขึ้น
· เนื้อหาส่วนใหญ่จะมีการจัดเรียง จัดกลุ่มเข้าหมวดหมู่และเป็นระบบมากกว่าเดิม
ตัวอย่าง web 2.0
Facebook
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในอันดับที่ 6 รองจากเว็บไซต์ MySpace โดยมีรูปแบบเดียวกันคือ เป็นเว็บไซต์ลักษณะเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้เพื่อติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
สำหรับการใช้งาน Facebook ในช่วงเริ่มต้นจะเน้นการใช้งานเฉพาะนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ตอนนี้คนทั่วไปก็ได้นิยมใช้กันอย่างแผร่หลาย
WEB 3.0 คือ เว็บในยุคอนาคตอันใกล้ มีการพัฒนาต่อจากเว็บ 2.0 ความแตกต่างคือสร้างความฉลาดเทียมให้สิ่งไม่มีชีวิตใช้เป็นเครื่องมือช่วยคาดเดาพฤติกรรม วิเคราะห์ความต้องการของมนุษย์ เมื่อได้ข้อมูลนั้นมา ระบบจะประมวลผลอย่างมีเหตุผลพร้อมแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า สร้างสิ่งที่ต้องการให้ผู้ใช้เว็บไซต์มีการเชื่อมโยงเนื้อหาสัมพันธ์ที่มีความสัมพันธ์กันกับแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เป็นเครือข่ายเดียวทั่วโลก มีการพัฒนารูปแบบที่มีมาตรฐานใช้ร่วมกันในแบบเอกซ์เอ็มแอล แต่อาจเกิดปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะบทความที่มีเป็นจำนวนมากและอาจไม่รู้ว่าแหล่งข้อมูลใดเป็นของเจ้าของอย่างแท้จริง ประกอบกับความไม่มั่นใจว่า ข้อมูลที่มีอยู่มากมายมหาศาลนั้น ข้อมูลใดมีคุณภาพ สิ่งหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในยุค Web 3.0 คือ การแก้ไขปัญหาของข้อมูลหรือ Content ที่ไม่มีคุณภาพต่างๆ และพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลในเว็บให้ดีขึ้น
Web 3.0
https://www.google.com/search?q=web3.0&client=ms-android-samsung&biw=360&bih=592&tbm=isch&tbo=u&source=univ&sa=X&ei=fvfIVLqeLKO5mwW7qIHQAQ&ved=0CCsQ7Ak#imgrc=9LG4FgZ6knLZrM%253A%3BNRIbmng6tU7i_M%3Bhttp%253A%252F%252F4b-2012-01.bligoo.com.br%252Fmedia%252Fusers%252F19%252F985579%252Fimages%252Fpublic%252F227747%252Fweb30.jpg%253Fv%253D1338903516203%3Bhttp%253A%252F%252Fkaokaonopporn.blogspot.com%252F2013%252F05%252Fweb-20-web-30.html%3B400%3B371
ได้รับการพัฒนามาจากแนวคิด Web 2.0 ซึ่งกำลังมีขนาดใหญ่มากขึ้นการพัฒนาแนวคิดของ Web 3.0 เพื่อต้องการให้มีระบบจัดการเว็บที่ดีขึ้นในรูปแบบของการใส่ Metadata ซึ่งเป็นการอธิบายความหมายของข้อมูลที่นำมาเสนอผ่านทางเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์จะทำหน้าที่ค้นหาข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานให้กับผู้ใช้เอง และนำมาเสนออย่างเป็นระเบียบและถูกต้องตรงตามความต้องการแนวคิด Web 3.0 ได้มีการพัฒนามาเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบของ Web 2.0
มากกว่าบนพื้นฐานความรู้ใหม่ โดยจะเน้นการจัดการข้อมูลในเว็บไซต์มากขึ้น
ตัวอย่าง web 3.0
AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นการสร้างความฉลาดให้ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถคาดเดาพฤติกรรม และวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานเว็บ ช่วยในการค้นหาข้อมูลซึ่งมีจำนวนมาก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุดนอกจากเทคโนโลยี Semantic Web และ AI แล้ว ยังมีการพัฒนาเว็บในยุค Web 3.0 โดยใช้เทคโนโลยีอื่นๆ
ตารางเปรียบเทียบweb 1.0 2.0 3.0
แหล่งข้อมูล
http://www.anantasook.com/web-technology-future-internet-web3-0/web3-0/
http://www.oreillynet.com/pub/a/oreilly/tim/news/2005/09/30/what-is-web-20.html
http://www.ecommerce-magazine.com/










